ประเภทบัญชีการเทรด Exness สำหรับนักเทรดไทย
เรียนรู้ประเภทบัญชีการเทรด Exness ทั้งหมดสำหรับนักเทรดไทย พร้อมคำแนะนำการเลือกบัญชีที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณ
บัญชีการเทรดหลักของ Exness ในประเทศไทย
บริษัทของเรามีบัญชีการเทรดหลัก 4 ประเภทสำหรับนักเทรดไทย แต่ละประเภทถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่าง บัญชี Standard เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น ขณะที่บัญชี Pro และ Raw Spread เหมาะกับเทรดเดอร์มืออาชีพ ส่วนบัญชี Zero มีสเปรดต่ำสุดในกลุ่มของเรา
เรารองรับการเทรดทั้ง Forex และ CFD ผ่านแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 นักเทรดชาวไทยสามารถเปิดบัญชีได้ภายใน 5 นาทีและเริ่มเทรดได้ทันทีหลังฝากเงิน
| คุณสมบัติ | บัญชี Standard |
|---|---|
| สเปรดขั้นต่ำ | 0.3 pips |
| เลเวอเรจสูงสุด | 1:2000 |
| ฝากขั้นต่ำ | $10 |
| ขนาดการเทรดขั้นต่ำ | 0.01 lot |
บัญชี Standard – เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น
บัญชี Standard ตอบโจทย์นักเทรดไทยที่เริ่มต้นใช้งาน เราตั้งสเปรดเริ่มที่ 0.3 pips สำหรับคู่เงิน EUR/USD พร้อมเลเวอเรจสูงสุด 1:2000 การฝากเงินขั้นต่ำเพียง $10 ขนาดล็อตขั้นต่ำ 0.01 รองรับการเทรดทุกอุปกรณ์ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์
บริการลูกค้าชาวไทยพร้อมให้คำปรึกษาตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการใช้งาน
แพลตฟอร์มการเทรดที่รองรับ
นักเทรดสามารถเลือกใช้ MetaTrader 4 หรือ MetaTrader 5 ตามความต้องการ ทั้งสองแพลตฟอร์มรองรับการเทรด Forex และ CFD พร้อมเครื่องมือวิเคราะห์และออเดอร์ประเภทต่างๆ เช่น Market, Limit, Stop และ Pending Orders
การติดตั้งไฟล์แพลตฟอร์มมีขนาดประมาณ 50 MB รองรับ Windows, Mac, Android และ iOS
การตั้งค่าบัญชีและการจัดการ
หลังจากเปิดบัญชีสำเร็จ ผู้ใช้สามารถเข้าสู่ Personal Area เพื่อเปลี่ยนเลเวอเรจ ตรวจสอบประวัติการเทรด และจัดการฝาก-ถอนเงินได้โดยตรง เลเวอเรจสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลาโดยไม่ต้องเปิดออเดอร์ค้าง
บัญชี Pro สำหรับนักเทรดมืออาชีพ
บัญชี Pro ออกแบบมาเพื่อตอบสนองนักเทรดที่ต้องการความเร็วในการประมวลผลคำสั่ง สเปรดเริ่มต้นที่ 0.1 pips พร้อมความเร็วประมวลผลคำสั่งต่ำกว่า 0.1 วินาที บัญชีนี้ไม่มีค่าคอมมิชชั่นสำหรับการเทรด Forex
เลเวอเรจสูงสุดไม่จำกัดสำหรับลูกค้าที่ผ่านการประเมิน เรารองรับ Expert Advisors และการเทรดอัตโนมัติบน MT4 และ MT5 พร้อมสินทรัพย์กว่า 200 รายการ
ข้อดีของบัญชี Pro
เรามอบเทคโนโลยี VPS ฟรีสำหรับลูกค้าที่มีปริมาณการเทรดสูง ระบบ Market Execution ช่วยลดความหน่วงเวลาและความล่าช้า พร้อมฟีเจอร์ Negative Balance Protection เพื่อป้องกันยอดคงเหลือติดลบ
- เข้าถึงข้อมูลตลาดระดับ 2 (Level II Market Data)
- เครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูงใน MT5
- ระบบแจ้งเตือนและรายงานเรียลไทม์
สินทรัพย์ที่รองรับ
บัญชี Pro รองรับการเทรด Forex, ดัชนีหุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์ เช่น ทองคำ น้ำมัน และหุ้นรายตัว นักเทรดชาวไทยสามารถใช้ข้อมูลราคาแบบ Real-time เพื่อวางแผนการเทรดอย่างแม่นยำ
บัญชี Raw Spread และ Zero
บัญชี Raw Spread เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสเปรดต่ำสุด โดยเริ่มต้นที่ 0.0 pips พร้อมค่าคอมมิชชั่น 3.5 ดอลลาร์ต่อ lot ราคามาจากผู้ให้สภาพคล่องโดยตรง
บัญชี Zero มีค่าคอมมิชชั่นต่ำกว่าเพียง 0.2 ดอลลาร์ต่อ lot โดยทั้งสองบัญชีต้องฝากขั้นต่ำ $200 เลเวอเรจสูงสุด 1:2000
บัญชีเหล่านี้เหมาะกับ Scalping และการเทรดความถี่สูง ระบบประมวลผลคำสั่งใช้เวลาประมาณ 0.05 วินาที รองรับการเทรดในช่วงข่าวสำคัญโดยไม่มีข้อจำกัด
การเปรียบเทียบค่าใช้จ่าย
ต้นทุนการเทรดขึ้นอยู่กับสเปรดและค่าคอมมิชชั่น บัญชี Standard ไม่มีค่าคอมมิชชั่นแต่มีสเปรดสูงกว่า ขณะที่บัญชี Raw Spread และ Zero มีสเปรดต่ำแต่มีค่าคอมมิชชั่น
สำหรับการเทรดระยะสั้น บัญชี Zero มีต้นทุนต่ำสุด ส่วนการเทรดระยะยาวเหมาะกับบัญชี Standard มากกว่า เรามีเครื่องมือคำนวณต้นทุนเทรดบนเว็บไซต์ช่วยวางแผน
| ประเภทบัญชี | สเปรดขั้นต่ำ | ค่าคอมมิชชั่น | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|
| Standard | 0.3 pips | ไม่มี | ผู้เริ่มต้น |
| Pro | 0.1 pips | ไม่มี | เทรดเดอร์มืออาชีพ |
| Raw Spread | 0.0 pips | $3.5/lot | Scalping |
| Zero | 0.0 pips | $0.2/lot | ความถี่สูง |
วิธีการเปิดบัญชีการเทรดใหม่
นักเทรดไทยสามารถเปิดบัญชีได้ง่ายและรวดเร็ว เพียงเตรียมบัตรประชาชนและหลักฐานที่อยู่ในประเทศไทย ระบบต้องการข้อมูลพื้นฐาน เช่น ชื่อ-นามสกุล เบอร์โทรศัพท์ และอีเมล
ขั้นตอนเริ่มต้นคือการลงทะเบียนบนเว็บไซต์ exness.com เลือกประเทศไทย กรอกข้อมูลส่วนตัว จากนั้นระบบจะส่งอีเมลยืนยัน คลิกลิงก์เพื่อเปิดใช้งานบัญชี
หลังยืนยันอีเมล เข้าสู่ระบบ เลือกประเภทบัญชีที่ต้องการและอัปโหลดเอกสารยืนยันภายใน 24 ชั่วโมง ทีมงานตรวจสอบข้อมูลทันที
เอกสารที่ต้องใช้สำหรับการยืนยันตัวตน
นักเทรดจะต้องใช้บัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตที่ยังไม่หมดอายุ เอกสารต้องชัดเจนและอ่านได้ทุกตัวอักษร
สำหรับหลักฐานที่อยู่ ใช้ใบแจ้งค่าสาธารณูปโภคหรือ Statement ธนาคารที่ออกไม่เกิน 3 เดือน โดยต้องแสดงชื่อและที่อยู่ตรงกับข้อมูลสมัคร
รองรับไฟล์ JPEG, PNG และ PDF ขนาดไม่เกิน 10 MB หลีกเลี่ยงภาพถ่ายที่มีแสงสะท้อนหรือแฟลชเพื่อความชัดเจน
การจัดการบัญชีและการตั้งค่า
หลังจากเปิดบัญชีสำเร็จ ผู้ใช้สามารถเข้าสู่ Personal Area เพื่อจัดการบัญชีได้อย่างเต็มรูปแบบ เรามีเครื่องมือปรับเลเวอเรจ ดูประวัติเทรด และจัดการเงินฝาก-ถอน
เลเวอเรจสามารถปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา แต่จะต้องไม่มีออเดอร์เปิดใช้งานอยู่ เราแนะนำให้เริ่มที่ 1:100 สำหรับนักเทรดใหม่ และเพิ่มเลเวอเรจเมื่อมีประสบการณ์
ระบบรักษาความปลอดภัย
เรามีระบบยืนยันตัวตนสองขั้นตอน (2FA) โดยนักเทรดต้องติดตั้ง Google Authenticator หรือรับ SMS OTP เพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการเข้าถึงบัญชี
การเปลี่ยนประเภทบัญชี
นักเทรดสามารถเปลี่ยนประเภทบัญชีผ่าน Personal Area ได้ง่ายๆ โดยกดไอคอนตั้งค่าข้างชื่อบัญชี เลือก “Change Account Type” และเลือกรูปแบบบัญชีใหม่
การเปลี่ยนแปลงจะมีผลทันทีหลังจากปิดออเดอร์ทั้งหมดโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ยอดเงินและประวัติเทรดยังคงเหมือนเดิม
การเลือกแพลตฟอร์มการเทรด
เรารองรับแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 และ MetaTrader 5 สำหรับนักเทรดในประเทศไทย MT4 เหมาะสำหรับ Forex และ Expert Advisors จำนวนมาก MT5 รองรับสินทรัพย์หลากหลายพร้อมเครื่องมือวิเคราะห์ขั้นสูง
นักเทรดสามารถติดตั้งทั้งบน Windows, Mac, Android และ iOS ดาวน์โหลดไฟล์ผ่านหน้า Personal Area ซึ่งมีขนาดประมาณ 50 MB
บัญชีและยอดเงินจะซิงค์กันอัตโนมัติเมื่อลงชื่อเข้าใช้หลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน โดยการตั้งค่าและ template ต้องจัดการแยกกันในแต่ละแพลตฟอร์ม
คุณสมบัติพิเศษของ MT5
MT5 มี Timeframe เพิ่มเติม เช่น 2, 3, 6, 10 และ 12 นาที พร้อม Market Depth และปฏิทินเศรษฐกิจในตัว
สำหรับบัญชี Pro และ Zero เราให้ข้อมูลราคา Level II ช่วยให้นักเทรดเห็นคำสั่งซื้อขายที่รออยู่ในตลาดและวิเคราะห์สภาพคล่อง
ระบบ MQL5 รองรับการเขียนโปรแกรม Expert Advisors ที่ซับซ้อนกว่า MQL4 พร้อมบริการ VPS ฟรีสำหรับลูกค้าที่มียอดเทรดเกิน $500 ต่อเดือน
| ฟีเจอร์ | MT4 | MT5 |
|---|---|---|
| รองรับสินทรัพย์ | Forex, CFDs | Forex, CFDs, Stocks, Futures |
| Timeframe | 9 แบบ | 21 แบบ |
| Market Depth | ไม่มี | มี |
| Expert Advisors | รองรับ MQL4 | รองรับ MQL5 |
| VPS ฟรี | มีเงื่อนไข | มีเงื่อนไข |
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเลเวอเรจและมาร์จิ้น
เลเวอเรจช่วยให้นักเทรดสามารถเปิดขนาดออเดอร์ใหญ่กว่าทุนที่มี เราให้เลเวอเรจสูงสุด 1:2000 สำหรับคู่เงินหลัก และ 1:400 สำหรับทองคำ
มาร์จิ้นคำนวณจากขนาดออเดอร์ × ราคาตลาด ÷ เลเวอเรจ เช่น เทรด EUR/USD 1 lot ที่ราคา 1.1000 ด้วยเลเวอเรจ 1:500 จะต้องใช้มาร์จิ้น 220 ดอลลาร์
ระบบแจ้งเตือน Margin Call จะทำงานเมื่อมาร์จิ้นต่ำกว่า 60% และ Stop Out ที่ 20% เพื่อป้องกันการขาดทุนเกินวงเงินบัญชี
ปัจจัยที่มีผลต่อมาร์จิ้น
- ขนาดออเดอร์ (lot size)
- ราคาปัจจุบันของสินทรัพย์
- เลเวอเรจที่เลือกใช้
- สกุลเงินบัญชี
- ประเภทสินทรัพย์ที่เทรด
การจัดการความเสี่ยงด้วยเลเวอเรจ
เราแนะนำให้เริ่มต้นใช้เลเวอเรจต่ำไม่เกิน 1:100 และเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ ใช้ Stop Loss และ Take Profit เพื่อจำกัดความเสี่ยง
เครื่องมือคำนวณมาร์จิ้นบนเว็บไซต์ช่วยวางแผนการเทรดโดยกรอกข้อมูลขนาดล็อต สินทรัพย์ และเลเวอเรจ
เลเวอเรจสามารถเปลี่ยนได้ผ่าน Personal Area หรือ MT4/MT5 โดยคลิกขวาที่บัญชี เลือก “Change Leverage” การเปลี่ยนแปลงจะมีผลทันที
การฝากและถอนเงินสำหรับนักเทรดไทย
เรารองรับการฝากและถอนเงินในสกุลเงินบาทไทยผ่านธนาคารภายในประเทศ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมจากฝั่งบริษัท เพื่อความสะดวกของนักเทรดไทย
ช่องทางรองรับ ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกรุงไทย การฝากเงินสามารถทำได้ผ่านระบบ Internet Banking และ Mobile Banking
การถอนเงินดำเนินการภายใน 1-3 ชั่วโมงในวันทำการ ระบบแจ้งเตือนสถานะผ่านอีเมลและ SMS เพื่อความโปร่งใส
| ช่องทาง | เวลาฝากเงิน | เวลาถอนเงิน |
|---|---|---|
| ธนาคารในประเทศ | ทันที | 1-3 ชั่วโมง |
| บัตรเครดิต/เดบิต | ทันที | 1-5 วันทำการ |
| อิเล็กทรอนิกส์วอลเล็ต | ทันที | 1-24 ชั่วโมง |
ขั้นตอนฝากเงิน
เข้าสู่ Personal Area เลือกเมนูฝากเงิน เลือกช่องทางธนาคารไทย กรอกจำนวนเงินและยืนยัน ระบบจะปรับยอดเงินในบัญชีเทรดทันที
ขั้นตอนถอนเงิน
เข้าสู่ Personal Area เลือกเมนูถอนเงิน เลือกช่องทางถอนเงินที่ต้องการ กรอกจำนวนเงิน และกดยืนยัน ทีมงานจะดำเนินการภายในเวลาที่กำหนด
❓ FAQ
ประเภทบัญชีใดเหมาะกับนักเทรดมือใหม่ในประเทศไทย?
บัญชี Standard เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นด้วยสเปรดต่ำและเลเวอเรจสูง ฝากขั้นต่ำเพียง $10 ช่วยให้เริ่มต้นเทรดได้ง่าย
สามารถเปลี่ยนประเภทบัญชีได้เมื่อไร และทำอย่างไร?
นักเทรดสามารถเปลี่ยนประเภทบัญชีได้ผ่าน Personal Area โดยต้องปิดออเดอร์ทั้งหมดก่อน การเปลี่ยนแปลงจะมีผลทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียม
วิธีการฝากและถอนเงินสำหรับนักเทรดไทยคืออะไร?
รองรับการฝากถอนเงินผ่านธนาคารไทยหลักๆ ไม่มีค่าธรรมเนียม ฝากเงินเข้าบัญชีจะอัปเดตทันที ถอนเงินจะใช้เวลาประมาณ 1-3 ชั่วโมงในวันทำการ
}}
